ภาษา :

4393955439395543939554393955439395543939554393955
วันนี้ 494
เมื่อวานนี้ 3200
เดือนนี้ 71274
เดือนที่แล้ว 112941
รวมทุกวัน 4393955
ผู้ใช้งานเว็บไซต์ในขณะนี้
บุคคลทั่วไป 21
สมาชิก 0
IP : 54.204.200.90
20 เมษายน 2557

มลพิษทางอากาศหมอกควันและไฟป่า แก้ได้ด้วยบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ (รายงานพิเศษ)

ย้อนกลับ

ไฟป่าเป็นปัญหาสำคัญสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งตามมาอีกทั้งยังเกิดผลกระทบต่อสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยสาเหตุของไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงใช้ประโยชน์จากไฟในการประกอบอาชีพ เช่น การล่าสัตว์ การเก็บหาของป่า การเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อยลอย การกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกจากสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยหมอกควันที่ลอยอยู่มีฝุ่นละอองและควันพิษ ทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคือง เหนื่อยง่าย หมอกควันจากไฟป่ายังทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรทางอากาศ ทั้งยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้งตามมา 

\"\" นอกจากนี้ไฟป่ายังก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก (GREENHOUSE EFFECT) ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเนื่องจากในขณะที่เกิดไฟป่า การเผาไหม้ก่อให้เกิดก๊าซชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ซึ่งเมื่อรวมกับก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ในกิจกรรมอุตสาหกรรม การคมนาคม ซึ่งสะสมก่อตัวเป็นชั้นหนาในบรรยากาศของโลก ทำให้ความร้อนที่แผ่จากผิวโลกกระจายกลับคืนสู่บรรยากาศไม่ได้ ปริมาณความร้อนที่สะสมอยู่บนโลกก็จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ตรวจพบการเผาป่ามากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าส่งผลกระทบประชาชนอย่างมาก 

\"\" สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้มีหลายฝ่ายได้ให้ความสำคัญที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ทุกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น \"วันปลอดควันพิษจากไฟป่า\" สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมป่าไม้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เสนอมาตรการควบคุมไฟป่า โดยให้จัดตั้งหน่วยงานป้องกันไฟป่าขึ้นโดยเฉพาะ พร้อมทั้งการขอความร่วมมือจัดตั้งหน่วยอาสาสมัคร เพื่อช่วยตรวจตราป้องกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์การป้องกันไฟป่าขึ้นโดยด่วน ทั้งนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ต่อมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย) ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2542 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2542 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการไฟป่าแห่งชาติในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งระดมบุคลากรจากทุกหน่วยงาน เพื่อควบคุมไฟป่า รวมทั้งขอความร่วมมือจากองค์กรเอกชน และอาสาสมัครในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้จึงได้เสนอร่างโครงการวันปลอดควันพิษจากไฟป่า ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบและอนุมัติ ให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น \"วันปลอดควันพิษจากไฟป่า\" 

\"\" ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน และเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า เพื่อลดควันที่เกิดจากการเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน เห็นถึงอันตรายและผลกระทบของควันที่เกิดจากไฟป่า โยมีหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมควบคุมมลพิษ ดำเนินการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการ รณรงค์การลดเชื้อเพลิง ทำแนวกันไฟ ให้เกษตรกร คนชุมชน นำกิ่งไม้ ใบไม้ในพื้นที่ป่า หรือวัชพืช วัสดุเหลือใช้จากกิจกรรมการเกษตร มาทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำไปใช้บำรุงพืชผล หรือฝังกลบแทนการเผาทำลายด้วยการเผา 

\"\" ทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ได้สนับสนุนโครงการวิจัย \"ขยายผลการวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบสุขภาพสู่ชุมชน\" เพื่อค้นหาปัญหาผลกระทบมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กและหมอกควันในภาคเหนือตอนบน พบว่ามลพิษทางอากาศในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือเกิดจากการเผาชีวมวลในที่โล่งในพื้นที่ขนาดใหญ่ พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม และในชุมชน มีความรุนแรงในพื้นที่นอกเมืองมากกว่าในเมือง เนื่องจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หมอกควัน และกลุ่มสารอะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน หรือพีเอเอช เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โรคทางเดินหายใจ โดยได้มีการสุ่มตรวจปัสสาวะในเด็กระดับประถมศึกษาตอนปลาย พบว่ากลุ่มเด็กนอกเมืองมีสารพีเอเอชมากกว่าเด็กในเมือง 3.7 เท่า จึงได้ขยายผลการวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพสู่การแก้ปัญหาของชุมชน ให้เห็นถึงพิษภัยจากการเผาขยะ และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและไฟป่าว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพเพียงได ได้มีการพัฒนาเครื่องตรวจวัดระดับฝุ่นละอองสำหรับใช้ในชุมชน เพื่อแจ้งเตือนป้องกันได้ทันท่วงทีมีมีฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน 

\"\" ฉะนั้นในการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า จะต้องประสานงานระหว่างฝ่ายวิชาการและฝ่ายปฎิบัติในพื้นที่ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง กับหน่วยงานป้องกันไฟป่า กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานสาธารณะสุข สถาบันทางการศึกษา การวิจัยการแก้ปัญหาจากต้นเหตุของการเกิดหมอกควัน ทางเลือกทางรอดของเกษตรกรที่จะนำวัสดุทางการเกษตรไปใช้แทนการเผา หน่วยวิจัยการทำปุ๋ย การนำไปผลิตพลังงานทดแทน ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน